กูรูติวเข้มรัฐ-เอกชน พลิกวิกฤติเทรดวอร์ โอกาสไทยรุกจีน
จากสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนที่ยืดเยื้อมากว่า 1 ปี ส่งผลเศรษฐกิจและการค้าโลกเข้าสู่ภาวะถดถอยอย่างชัดเจน กระทบส่งออกไทยช่วง 7 เดือนแรกปีนี้ยังติดลบ 1.9% ขณะที่การส่งออกของไทยไปจีนซึ่งเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ยังติดลบที่ 7.5% จากสินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปจีนส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ไทยเป็นห่วงโซ่อุปทานของจีนที่นำเข้าสินค้าวัตถุดิบจากไทยไปผลิตส่งออกต่อไปสหรัฐฯใน 5 หมวดหลักได้รับผลกระทบรุนแรง ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน พลาสติกและผลิตภัณฑ์ ยางและผลิตภัณฑ์ยาง ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ และเคมีภัณฑ์ ท่ามกลางสงครามการค้าที่ยังไร้ข้อยุติ การทำการค้าของไทยกับจีนนับจากนี้จะต้องดำเนินการในเชิงรุกเพื่อกอบกู้สถานการณ์ให้พลิกกลับมาเป็นบวกได้อย่างไรนั้นถือเป็นการบ้านของทุกฝ่าย
ต้องเป็นซัพพลายเชนที่โดดเด่น
นายโจ ฮอร์น พัธโนทัย กรรมการผู้จัดการบริษัท ยุทธศาสตร์ 613 จำกัด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์การลงทุนระหว่างประเทศ(ไทย-จีน) ผู้ครํ่าหวอดในตลาดจีนมายาวนาน เผยในการให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สงครามการค้าครั้งนี้กระทบต่อไทยทั้งด้านบวกและด้านลบ ด้านบวกคาดจะมีการย้ายหรือขยายฐานการลงทุนของธุรกิจต่างชาติในจีนและสหรัฐฯออกมาข้างนอกมากขึ้น โดยมองหาประเทศที่สามารถส่งออกไปยังจีนและสหรัฐฯโดยเสียภาษีในอัตราปกติ หรือได้สิทธิพิเศษทางภาษี ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนสนใจ
ส่วนด้านลบคือปริมาณการค้าของไทยกับจีน และสหรัฐฯ (คู่ค้าอันดับ 1 และ 3 ของไทยตามลำดับ) จะลดลงเนื่องจากไทยเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน(ซัพพลายเชน)ของการผลิต โดยส่วนหนึ่งไทยส่งออกสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปไปทั้งสหรัฐฯและจีน เพื่อไปผลิตส่งออกต่อ เมื่อการค้าขยายตัวลดลง การนำเข้าก็จะลดลง
สิ่งที่ไทยต้องเร่งปรับตัวท่าม กลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า ทั้งสงครามการค้า ความผันผวนของค่าเงิน ไทยซึ่งเป็นซัพพลายเชนของการผลิตจะต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นตัวเลือก(solution of pain point)ที่โดดเด่นของผู้ผลิตในจีนและสหรัฐฯ และต้องอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทข้ามชาติที่จะเข้ามาตั้งฐานการผลิตที่ไทย
ในขั้นแรกไทยจำเป็นต้องผลิตบุคลากรที่สามารถทำงานในบริษัทจีนได้ โดยเฉพาะเรื่องภาษา และเรียนรู้ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมของจีน อีกทั้งยังต้องปรับปรุงพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวให้เอื้ออำนวย และจูงใจนักธุรกิจต่างชาติในการเข้ามาประกอบกิจการและจัดตั้งโรงงานในไทยมากขึ้น การแก้กฎระเบียบและขั้นตอนทางกฎหมายของการเข้ามาทำงานในไทยของแรงงานมีฝีมือต่างชาติให้รวดเร็วและสะดวกขึ้น เพราะปัจจุบันไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากที่สุดในโลกสำหรับการเข้ามาทำงานของผู้บริหารและแรงงานต่างชาติ
เร่งยุทธศาสตร์รุกจีนในองค์รวม
สำหรับตลาดจีนเป็นตลาดสำคัญของไทยและมีโอกาสในการเจาะตลาดจีนอีกมาก แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องมียุทธศาสตร์จีนหรือ China Plan ซึ่งแม้ว่าผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับจีนแต่ไม่ได้หมายความว่าจีนจะไม่เข้ามาบุกตลาดในไทย เพราะปัจจุบันการซื้อขายสินค้าบนโลกออนไลน์สามารถทำให้ทุกอย่างง่าย ซึ่งถือเป็นทั้งโอกาสและวิกฤติสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการไทย
ขณะที่รัฐบาลไทยควรจะต้องมีการจัดทำยุทธศาสตร์จีนแบบองค์รวมในเชิงรุกในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว ขณะที่ต้องมียุทธศาสตร์ในการปกป้องตลาดและผู้ผลิตท้องถิ่นของไทยจากการรุกเข้ามาของสินค้าและธุรกิจจีนรวมไปถึงการวางระบบเศรษฐกิจการเงินในยุคดิจิทัล ด้านภูมิรัฐศาสตร์และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ทั้งผู้ประกอบการและรัฐบาลไทยยังไม่พร้อมที่จะมีแผนในการรองรับโอกาสและความท้าทายจากจีน รัฐบาลไทยยังดำเนินการจัดการต่างๆ แบบแยกส่วนแยกกระทรวง ยังไม่มียุทธศาสตร์กับจีนในภาพใหญ่ที่ชัดเจน รวมถึงขาดการกำหนดเป้าหมายที่แน่ชัด ดังนั้นยุทธศาสตร์จีนจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลจำต้องนำมาพิจารณาใหม่ เพื่อขับเคลื่อนให้มีทิศทางมากขึ้น
ดังนั้นจำต้องนำภาพทุกมิติเหล่านี้มาหล่อหลอมรวมกัน เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงและความเข้าใจในองค์รวมต่อประเทศ ขณะคู่แข่งในตลาดจีนที่น่ากลัวสำหรับไทย ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย หากไทยยังไม่ปรับตัวและอยู่บนความคิดและการกระทำในรูปแบบเดิม เชื่อว่าประเทศเพื่อนบ้านจะแซงลํ้าหน้าไทยไปอย่างแน่นอน
ขอขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ | 30 ส.ค. 2562
ที่มา: https://www.thansettakij.com/business/408168
Post a comment Cancel reply
Related Posts
Joe Horn-Phathanothai Featured in Longtunman’s “Insights on New China Economy” Series
Joe Horn-Phathanothai Featured in Longtunman’s “Insights on New China Economy” Series Our Founder and…
A Living Legacy: The Sino-Thai Bonds of the Phathanothai Family
Discover the living history of Sirin Phathanothai, Chairman of Strategy613—a prominent eyewitness and key figure…
周恩来总理与泰国养女常媛的传奇故事
周恩来总理与泰国养女常媛的传奇故事 2026-03-05, 17:22 · 俞梅荪 – 南京论坛NJF 导 语 2026年3月5日,是周总理诞辰128周年纪念日。在这样一个特殊的日子里,曾任国务院办公厅秘书,在中南海从事立法工作十年的俞梅荪先生,通过珍贵的历史照片和史实,和大家一同缅怀周总理。 2016年7月,中央电视台播出《海棠依旧》电视剧,以周总理工作和生活而每年海棠花盛开的中南海西花厅大院为背景,再现他执政27年的风雨历程,包括其泰国养女的传奇故事。 …
Thai king heads to China for landmark state visit
Chinese President Xi Jinping, left, talks with Thailand's King Maha Vajiralongkorn during the 2022 Asia-Pacific…